จุลินทรีย์ชีวภาพ การเลือกใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่เหมาะสม

จุลินทรีย์ชีวภาพ การเลือกใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่เหมาะสม ในแต่ระบบนั้นถือได้ว่าเป็นปัญหาที่น่านำมาถกคิด เพราะสังคมส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ทั้งในด้านการปฏิบัติและความรู้ในเชิงลึกในภาควิชาการ และถึงในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถแยกออกหรือมีความเข้าใจว่าอะไรคือหัวเชื้อจุลินทรีย์และอะไรคือน้ำหมักชีวภาพ

ความสะอาดและมาตรฐานความปลอดภัยคืออะไรเพราะฉนั้นในหัวข้อนี้ด็อกเตอร์จุลินทรีย์จะขออธิบายคำจำกัดความระหว่างหัวเชื้อจุลินทรีย์กับน้ำหมักชีวภาพ ให้ชัดเจนลงไปในรายละเอียดถึงข้อแตกต่างจะได้ไม่สับสน หัวเชื้อจุลินทรีย์ในความหมายทางจุลวิทยา หมายถึง เชื้อแบคทีเรียที่ได้รับการคัดแยกเชื้อคือแยกเฉพาะเชื้อในแต่ละสายพันธุ์นั้นๆ เช่น เชื้อบาซิลัส ในสายพันธุ์อะไรก็ตามโดยในแต่ละเชื้อสายพันธุ์ที่ผ่านขั้นตอนการคัดเลือกเชื้อจนถึงกระบวนการเพิ่มปริมาณจำนวนเชื้อให้มีจำนวนที่มากขึ้นเช่น จาก 1 โคโลนีไปเป็น 200cc และ 1 ลิตร 20 ลิตร 1,000 ลิตรหรือมากกว่านั้นจะใช้วิธีการที่ผ่านขั้นตอนตามมาตรฐานระดับห้องปฏิบัติการเชื้อที่ได้นั้นจะเป็นเชื้อที่สะอาด ไม่มีการติดเชื้อชนิดอื่นเพราะผ่านการฆ่าเชื้อและวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อในห้องปลอดเชื้อ เมื่อเขียนแบบนี้ผู้อ่านคงเข้าใจได้ชัดเจน

น้ำหมักชีวภาพที่เป็นที่รู้จักกันมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น การทำข้าวหมาก การหมักเหล้า การหมักน้ำผลไม้ การหมักน้ำสมุนไพร นมเปรี้ยวหรืออื่นๆ โดยส่วนใหญ่จะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านควบคุมดูแลในกระบวนการผลิตตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมและเอสเอ็มอี และในบางผลิตภัณฑ์ต้องอาศัยหัวเชื้อจุลินทรีย์หรือเชื้อราบางชนิดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา แต่ขณะเดียวกันชื่อของน้ำหมักอีกความหมายคือการนำเอาซากอินทรีย์วัตถุ ชนิดต่างๆ เช่น ดิน ซากพืช ซากสัตว์ มาใส่บรรจุรวมกันโดยไม่ได้ทำการคัดแยกเชื้อในห้องปฎิบัติการ จึงรวมเอาเชื้อแบคทีเรียทั้งชนิดก่อโรคและไม่ก่อโรค เชื้อรา ยีสต์หรืออาจจะมีเชื้อไวรัสบางชนิดปนเปื้อนลงไปปะปนอยู่ด้วย นอกจากนั้นยังมีกรดชนิดต่างๆที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเครื่องจักรให้ผุเร็วขึ้นและบางชนิดอาจก่อโรคให้กับพืชชนิดต่างๆได้จากการปนเปื้อนจากแบคทีเรียชนิดต่างๆได้อีกเช่นกัน

มีคำถามว่า ทำไมจึงต้องเลือกใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์คัดเลือกสายพันธุ์ คำตอบคือเชื้อจุลินทรีย์คัดเลือกสายพันธุ์จะมีชื่อและชนิดสายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพราะจุลินทรีย์ในแต่ละชนิดจะมีประวัติ รวมถึงวิธีการสร้างพลังงานการร่วมมือกันในแต่ละหน้าที่ของเชื้อสายพันธุ์ และเชื้อแต่ละชนิดเหล่านั้นเป็นเชื้อที่ไม่ก่อโรคและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ข้อสำคัญที่สุดคือมีผลงานทางภาควิชาการให้การยอมรับและมีการนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั้งในวงการแพทย์ ยา อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่มอื่นๆรวมถึงสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเราต้องการเชื้อแบคทีเรียที่ใช้ย่อยสลายไขมันในบ่อดักไขมันที่มีคาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีนการคัดเลือกเชื้อจุลินทรีย์จะใช้กรดไขมันเป็นพลังงานเพื่อที่จะผลิตหรือขับถ่ายสารอะไมเลสเพื่อทำลายลงคาร์โบไฮเดรตรวมถึงพวกเขาสามารถขับถ่ายสารโปรตีเอสที่จะทำลายโปรตีนจึงทำให้เกิดโมเลกุลขนาดเล็กและจะมีการเผาผลาญซ้ำๆโดยแบคทีเรียในขณะเดียวกันโมเลกุลของไขมันที่มีอยู่จะถูกแบคทีเรียที่สามารถผลิตเอนไซม์ไลเปสเพื่อทำลายไขมันลงรวมถึงกลีเซอรอลและกรดไขมัน นั้นคือเหตุผลว่าทำไมการคัดเลือกจุลินทรีย์ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเลือกสายพันธุ์ Pseudomonas เพราะพวกเขาสามารถที่จะผลิตเอนไซม์ไลเปส แต่ก็มีสายพันธุ์ Bacillus บางสายพันธุ์ที่มีความเหมาะสมเชื้อเช่น Bacillus thuringiensis ที่ผลิตเอนไซม์ไลเปส ได้แต่ขณะเดียวกันปัญหาที่พบคือส่วนใหญ่สายพันธุ์ Bacillus ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากกรดไขมันที่เกิดขึ้นในบ่อไขมัน แต่สายพันธุ์ Pseudomonas sp,นั้นสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากกรดไขมันเป็นแหล่งคาร์บอนและพลังงานและพวกเขาสามารถเจริญอยู่ได้ในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน เช่นเดียวกันน้ำหมักชีวภาพที่ไม่สามารถระบุถึงเชื้อชนิดสายพันธุ์ที่มีอยู่ถึง 80 ชนิดทั้งชนิดแกมลบที่ให้โทษและแกมบวกแบคทีเรีย เชื้อรา อื่นๆหรืออาจมากกว่านั้นและกว่าที่พวกเขาจะได้แสดงประสิทธิภาพเชื้อที่มีอยู่ก็มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วในบรรจุภัณฑ์หรือตายลงด้วยสภาพของการขาดสารอาหาร แสง อากาศ รวมถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม

ข้อควรปฏิบัติในการเลือกใช้เชื้อจุลินทรีย์

1.ต้องทำความเข้าใจถึงชนิดของเชื้อสายพันธุ์จุลินทรีย์และขั้นตอนการผลิต
2.ควรทำการเลือกใช้แผนงานหรือวิธีการทดสอบคัดเลือกเชื้อสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่ให้ผลได้ตรงตามความต้องการและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
3.การใช้อัตราส่วนของเชื้อจุลินทรีย์กับสภาพปัญหาต่างๆ ก็ควรที่จะได้รับการทดสอบเพื่อหาข้อสรุปในอัตราส่วนที่เหมาะสมโดยทั่วไปจะเริ่มจากมากไปหาน้อยและควรทำการบันทึกข้อมูลที่ได้จากใช้เชื้อในแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้น

4.ทุกครั้งที่ใช้เชื้อจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือ แว่นตา บรรจุภัณฑ์ต่างๆที่ใช้แล้วควรทำลายหรือฆ่าเชื้อทุกครั้งก่อนนำมาใช้ใหม่และให้ห่างจากมือเด็ก